posted on 23 Sep 2008 18:36 by nutkun in Funny
17 กรกฎาคม 2551
เด็กชายวัย 15 ปี
เข้าไปเล่นเกมในร้านอินเทอร์เน็ต
หลังจากเล่นได้ไม่นานไปสั่งข้าวผัดหมูกับโค้กมานั่งกินในร้าน
ก่อนหยิบหูฟังมาใส่แล้วหลับไป
เจ้าของร้านเห็นหมดเวลาแล้วไม่ตื่นเดินมาปลุกถึงกับผงะ เด็กนอนตาเหลือก
ตัวเย็น รีบตามตำรวจมาดูพบว่าเสียชีวิตแล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำอาหารที่เด็กกินไปตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่
เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (17 ก.ค.) ร.ต.ท.กรานต์ชัย สายเชื้อ
พนักงานสอบสวน (สบ.1)
รับแจ้งเหตุมีเด็กเสียชีวิตอยู่ในร้านเกมอินเทอร์เน็ต ชื่อ “รีลีส”
ตั้งอยู่เลขที่ 2330 ปากซอยรามคำแหง 54 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก
เขตบางกะปิ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
แล้วรุดไปตรวจสอยังที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง
ผกก.ปป.สน.หัวหมาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก
เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น
ชั้นล่างเปิดเป็นร้านเกมอินเทอร์เน็ตดังกล่าว
เจ้าหน้าที่พบศพเด็กชายไทยไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 15 ปี
สภาพศพนั่งสวมหูฟังอยู่บนเก้าอี้เครื่องคอมพิวเตอร์หมายเลข 21 ของร้าน
สวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลใดๆ
พบเพียงเงินสดจำนวน 77 บาท แต่ไม่พบเอกสารยืนยันว่าเป็นใครมาจากไหน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พบข้าวผัดหมู กับน้ำอัดลม 1 ขวด
วางอยู่บนโต๊ะที่ผู้ตายนั่งอยู่ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน นายศราวุฒิ คามจรรยา อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่
148/814 ซอยรามคำแหง 190 ถนนรามคำแหง แขวงและเขตมีนบุรี
เป็นผู้ดูแลร้านเกมดังกล่าว ให้การว่า ก่อนหน้านี้
เคยเห็นผู้ตายเคยนั่งเล่นเกมอยู่ร้านเกมย่านแฮปปี้แลนด์มาก่อนครั้งหนึ่ง
แต่ก็เพิ่งจะมาเล่นเกมที่ร้านตนเป็นครั้งแรก
โดยเมื่อมาถึงที่ร้านเวลาประมาณ 13.40 น.ผู้ตายก็จ่ายเงินค่าชั่วโมง 2
ชั่วโมง เป็นเงิน 20 บาท ก่อนจะเปิดเกมออดิชันเล่น
หลังจากเล่นไปได้สักพัก ผู้ตายก็ออกไปสั่งข้าวผัดหมู
กับโค้กจากร้านข้างๆ มานั่งกิน เมื่อผู้ตายกินข้าวไปได้สัก 2-3 คำ
ก็หยิบหูฟังมาสวม แล้วก็เอนหลังหลับไป
ซึ่งตนก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะคิดว่าหลับ แต่หลังจากเวลาใกล้ครบ 2 ชั่วโมง
ผู้ตายก็ยังไม่ยอมตื่น ตนจึงเดินไปปลุก แต่ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น
อีกทั้งยังตาเหลือก และเนื้อตัวเย็นมาก
ตนจึงรีบวิ่งออกไปเรียกตำรวจที่ป้อมมาตรวจสอบก็พบว่าผู้ตายเสีบชีวิตแล้ว
ด้าน ร.ต.ท.กรานต์ชัย พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า
เบื้องต้นจะส่งศพผู้ตายไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รวมทั้งต้องส่งข้าวผัด
และเครื่องดื่มที่ผู้ตายกินก่อนจะเสียชีวิต
ให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่
เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตต่อไป
จาก
http://www.manager.co.th/
เดอะ ซัน - ชายชาวอินโดนีเซียที่ได้รับฉายาว่า มนุษย์ต้นไม้
เข้ารับผ่าตัดหูดขนาดยักษ์น้ำหนักราว 2 กิโลกรัม
ที่ปกคลุมบริเวณมือและเท้าของเขาแล้ว
ทำให้โอกาสที่เขาจะกลับมามีชีวิตเหมือนคนปกติมีสูงขึ้น
เจ้าตัวหวังอนาคตอาจได้พบเนื้อคู่และแต่งงานมีครอบครัว

ตอนนี้ เดเด้ คอสวารา วัย 32 ปีสามารถจับปากกาและมองเห็นรูปร่างนิ้วเท้าของเขาเป็นครั้งแรก
ในรอบกว่า 1 ทศวรรษหลังแพทย์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเอาหูดขนาดยักษ์ออก ทั้งนี้เขา
ยังบอกด้วยว่านับตั้งแต่ผ่าตัดเขาเดินได้โดยไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้ว
เดเด้ เริ่มป่วยเป็นโรคดังกล่าวเมื่ออายุ 15 ปีและในช่วง 1 ทศวรรษ หูดเติบโตขึ้นจนมีขนาดใหญ่
มาก ทำให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพชาวประมงต่อไปได้และต้องไปออกรายการทีวีเพื่อหาราย
ได้เลี้ยงตัวเอง
ทั้งนี้ทางคณะแพทย์ยังเหลือการผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนังที่ไม่เสียหายบริเวณมือ เท้าและใบหน้า
ของเขาอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง ซึ่งทาง เดเด้ หวังว่าเขาจะคืนสู่ชีวิตปกติหลังการผ่าตัดนั้น
"สิ่งแรกที่ผมต้องการคือขอให้ผมดีขึ้นและหางานทำ" เดเด้ กล่าว แต่หลังจากนั้น
"ใครจะรู้ ผมอาจจะได้พบหญิงสาวและแต่งงานก็เป็นได้"
แอนโธนี แกสปารี ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ มาตรวจร่างกาย นายเดเด้
เพื่อประกอบการทำสารคดีของดิสคัฟเวอรี่และพยายามนำตัวเขาไปรักษาที่สหรัฐฯ บอกว่าการ
เติบโตของหูดมาจากการผสมผสานระหว่างไวรัสพาพิลโลมา ที่ทำให้เกิดหูด บวกกับความผิดปกติของยีน ทำให้ภูมิคุ้มกันของคนไข้อ่อนแอเกินไปที่จะต่อสู้ได้
ประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ปฏิเสธมอบ เดเด้ ไปรักษาในสหรัฐฯ แต่ได้สั่งการให้
กระทรวงสาธารณสุขตั้งทีมงานพิเศษเพื่อรักษาเขาโดยเฉพาะ โดยดอคเตอร์ ราชมัต ดินาตา
หนึ่งในคณะแพทย์ที่ได้รับมอบหมายบอกว่าการผ่าตัดเอาหูดออกน่าจะสมบูรณ์ในอีก 3 เดือน
ข้างหน้า
ข้อมูลจาก
http://www.manager.co.th
------------------------------------
ชีวิตของพวกเรายังมีอะไรดีดีอีกเยอะ อย่างผู้ชายข้างบนนั้น ผมอ่านแล้วผมมีความคิดที่ว่า
ทั้งๆที่เขาเกิดมามีโรคร้ายแปลกๆติดตัวแต่ก็ยังไม่ละทิ้งความหวัง ซึ่งต่างจาก
คนที่เกิดมาครบทั้ง32 แต่กลับสิ้นคิดทิ้งความหวังกับอีแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
บางคนผิดหวังกับความรักครั้งเดียว ถึงกับโลกมืด 8 ด้าน หมดหนทาง ชีวิตตูไม่มีค่าแล้ว
ฆ่าตัวตาย...
บางคนแค่ทำงานผิดพลาดครั้งเดียว ถึงกับเลิกไม่ลุกขึ้นมาสู้ต่อ ยอมแพ้
ปล่อยวางไป...
บางคนคิดว่า เราดีไม่เหมือนเขา เราด้อยโอกาสกว่าเขา เขาดีกว่าเรา
ละทิ้งความพยายาม...
หวังว่า ข้างบนนั่น คงช่วยให้ท่านคิดได้ว่า เรายังมีโอกาสมากกว่าเขา เรายังมีอะไรที่ดีกว่าเขา
เรายังมีความหวังมากกว่าเขา เรายังมีอนาคตที่กว้างไกลกว่า
คุณยังมีอะไรดีดีอีกเยอะ...
นอกเรื่อง : หาคำพูดที่มัน Make sense กระชากใจไม่ได้เลยแฮะ