Super kid VS wonder girl

posted on 23 Sep 2008 18:36 by nutkun  in Funny
ในที่สุด......วันนี้ก็มาถึง......


ปิดเทอมแล้วครับ!!!(อย่างน้อยก็สำหรับตอนนี้)

ในที่สุดก็ปิดเทอมจนได้....ช่างเป็นเทอมที่ลำบากแสนเขนอะไรเช่นนี้ ถึงกลับถึงบล็อกให้รกร้างได้
(ทำเป็นมาหาข้ออ้างไม่อัพบล็อก - -") คือช่วงที่ผ่านมาไม่มีเวลาว่างจริงๆนะ สาบานได้
Assignments(ภาระงาน) ที่อาจารย์ให้มันเยอะแยะไปหมด ต่อก็ต้องยอมจำใจทำเพราะมันแลก
ด้วยเกรดที่สวยงาม ถึงกับไม่ดู TV การ์ตูนก็ไม่อ่าน เลยนะ!

การสอบที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะทำได้หมด ก็มีมั่วอยู่มั่ง และข้อที่คิดได้ใช่ว่ามันจะถูกเสมอไป
ภาวนาให้มันถูกทีเถอะ คะแนนสอบเท่านั้นที่จะทำให้เกรดเราสวยงาม
เสียดายเลขจริงๆเลย ดันคิดผิดเสียไปหลายเลยครับ แต่เคมี กับฟิสิกส์ก็ยังทำให้พอทน

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า  พอดีเพื่อนมันส่งคลิปจาก Mthai มาเกี่ยวกับเด็กน้อยอายุ 4ขวบ
ที่เต้นแข่งกับ Wonder girls คาดว่าทุกคนคงได้ดูกันหมดแล้ว (แต่ไอเราเพิ่งได้ดู โอ้วชีวิต)


super kid vs wonder girl -
ต้องบอก......สุดยอด!! เต้นเก่งขนาดนี้ อนาคตรุ่งสุดๆแน่เลยครับ
อิจฉาน้องที่ตัวเองยังเต้นเก่งไม่เท่าสุนัขเลยครับ T_T

อันนี้ของแถม Cat VS Printer (กรุณาเปิดเสียงในการรับชม)



ก็ขอตัวไปก่อนล่ะครับ   See you!! (อารมณ์ดีสุดๆ เพราะวันสอบสุดท้ายนี่นะ)

 

 

17 กรกฎาคม 2551

เด็กชายวัย 15 ปี เข้าไปเล่นเกมในร้านอินเทอร์เน็ต หลังจากเล่นได้ไม่นานไปสั่งข้าวผัดหมูกับโค้กมานั่งกินในร้าน ก่อนหยิบหูฟังมาใส่แล้วหลับไป เจ้าของร้านเห็นหมดเวลาแล้วไม่ตื่นเดินมาปลุกถึงกับผงะ เด็กนอนตาเหลือก ตัวเย็น รีบตามตำรวจมาดูพบว่าเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำอาหารที่เด็กกินไปตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่
       
       เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (17 ก.ค.) ร.ต.ท.กรานต์ชัย สายเชื้อ พนักงานสอบสวน (สบ.1) รับแจ้งเหตุมีเด็กเสียชีวิตอยู่ในร้านเกมอินเทอร์เน็ต ชื่อ “รีลีส” ตั้งอยู่เลขที่ 2330 ปากซอยรามคำแหง 54 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอยังที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผกก.ปป.สน.หัวหมาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
       
       ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านเกมอินเทอร์เน็ตดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบศพเด็กชายไทยไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 15 ปี สภาพศพนั่งสวมหูฟังอยู่บนเก้าอี้เครื่องคอมพิวเตอร์หมายเลข 21 ของร้าน สวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลใดๆ พบเพียงเงินสดจำนวน 77 บาท แต่ไม่พบเอกสารยืนยันว่าเป็นใครมาจากไหน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พบข้าวผัดหมู กับน้ำอัดลม 1 ขวด วางอยู่บนโต๊ะที่ผู้ตายนั่งอยู่ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
       
       จากการสอบสวน นายศราวุฒิ คามจรรยา อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148/814 ซอยรามคำแหง 190 ถนนรามคำแหง แขวงและเขตมีนบุรี เป็นผู้ดูแลร้านเกมดังกล่าว ให้การว่า ก่อนหน้านี้ เคยเห็นผู้ตายเคยนั่งเล่นเกมอยู่ร้านเกมย่านแฮปปี้แลนด์มาก่อนครั้งหนึ่ง แต่ก็เพิ่งจะมาเล่นเกมที่ร้านตนเป็นครั้งแรก โดยเมื่อมาถึงที่ร้านเวลาประมาณ 13.40 น.ผู้ตายก็จ่ายเงินค่าชั่วโมง 2 ชั่วโมง เป็นเงิน 20 บาท ก่อนจะเปิดเกมออดิชันเล่น
       
       หลังจากเล่นไปได้สักพัก ผู้ตายก็ออกไปสั่งข้าวผัดหมู กับโค้กจากร้านข้างๆ มานั่งกิน เมื่อผู้ตายกินข้าวไปได้สัก 2-3 คำ ก็หยิบหูฟังมาสวม แล้วก็เอนหลังหลับไป ซึ่งตนก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะคิดว่าหลับ แต่หลังจากเวลาใกล้ครบ 2 ชั่วโมง ผู้ตายก็ยังไม่ยอมตื่น ตนจึงเดินไปปลุก แต่ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น อีกทั้งยังตาเหลือก และเนื้อตัวเย็นมาก ตนจึงรีบวิ่งออกไปเรียกตำรวจที่ป้อมมาตรวจสอบก็พบว่าผู้ตายเสีบชีวิตแล้ว
       
       ด้าน ร.ต.ท.กรานต์ชัย พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า เบื้องต้นจะส่งศพผู้ตายไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รวมทั้งต้องส่งข้าวผัด และเครื่องดื่มที่ผู้ตายกินก่อนจะเสียชีวิต ให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตต่อไป

 

 จาก

http://www.manager.co.th/

 

 

มนุษย์ต้นไม้

posted on 12 Jul 2008 15:39 by nutkun  in Other-writing

 

 

 

เดอะ ซัน - ชายชาวอินโดนีเซียที่ได้รับฉายาว่า มนุษย์ต้นไม้
เข้ารับผ่าตัดหูดขนาดยักษ์น้ำหนักราว 2 กิโลกรัม
ที่ปกคลุมบริเวณมือและเท้าของเขาแล้ว
ทำให้โอกาสที่เขาจะกลับมามีชีวิตเหมือนคนปกติมีสูงขึ้น
เจ้าตัวหวังอนาคตอาจได้พบเนื้อคู่และแต่งงานมีครอบครัว







ตอนนี้ เดเด้ คอสวารา วัย 32 ปีสามารถจับปากกาและมองเห็นรูปร่างนิ้วเท้าของเขาเป็นครั้งแรก
ในรอบกว่า 1 ทศวรรษหลังแพทย์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเอาหูดขนาดยักษ์ออก ทั้งนี้เขา
ยังบอกด้วยว่านับตั้งแต่ผ่าตัดเขาเดินได้โดยไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้ว

เดเด้ เริ่มป่วยเป็นโรคดังกล่าวเมื่ออายุ 15 ปีและในช่วง 1 ทศวรรษ หูดเติบโตขึ้นจนมีขนาดใหญ่
มาก ทำให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพชาวประมงต่อไปได้และต้องไปออกรายการทีวีเพื่อหาราย
ได้เลี้ยงตัวเอง

ทั้งนี้ทางคณะแพทย์ยังเหลือการผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนังที่ไม่เสียหายบริเวณมือ เท้าและใบหน้า
ของเขาอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง ซึ่งทาง เดเด้ หวังว่าเขาจะคืนสู่ชีวิตปกติหลังการผ่าตัดนั้น

"สิ่งแรกที่ผมต้องการคือขอให้ผมดีขึ้นและหางานทำ" เดเด้ กล่าว แต่หลังจากนั้น
"ใครจะรู้ ผมอาจจะได้พบหญิงสาวและแต่งงานก็เป็นได้"

แอนโธนี แกสปารี ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ มาตรวจร่างกาย นายเดเด้
 เพื่อประกอบการทำสารคดีของดิสคัฟเวอรี่และพยายามนำตัวเขาไปรักษาที่สหรัฐฯ บอกว่าการ
เติบโตของหูดมาจากการผสมผสานระหว่างไวรัสพาพิลโลมา ที่ทำให้เกิดหูด บวกกับความผิดปกติของยีน ทำให้ภูมิคุ้มกันของคนไข้อ่อนแอเกินไปที่จะต่อสู้ได้

ประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ปฏิเสธมอบ เดเด้ ไปรักษาในสหรัฐฯ แต่ได้สั่งการให้
กระทรวงสาธารณสุขตั้งทีมงานพิเศษเพื่อรักษาเขาโดยเฉพาะ โดยดอคเตอร์ ราชมัต ดินาตา
หนึ่งในคณะแพทย์ที่ได้รับมอบหมายบอกว่าการผ่าตัดเอาหูดออกน่าจะสมบูรณ์ในอีก 3 เดือน
ข้างหน้า

ข้อมูลจาก
http://www.manager.co.th


------------------------------------


ชีวิตของพวกเรายังมีอะไรดีดีอีกเยอะ อย่างผู้ชายข้างบนนั้น ผมอ่านแล้วผมมีความคิดที่ว่า
ทั้งๆที่เขาเกิดมามีโรคร้ายแปลกๆติดตัวแต่ก็ยังไม่ละทิ้งความหวัง ซึ่งต่างจาก
คนที่เกิดมาครบทั้ง32 แต่กลับสิ้นคิดทิ้งความหวังกับอีแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

บางคนผิดหวังกับความรักครั้งเดียว ถึงกับโลกมืด 8 ด้าน หมดหนทาง ชีวิตตูไม่มีค่าแล้ว
ฆ่าตัวตาย...

บางคนแค่ทำงานผิดพลาดครั้งเดียว ถึงกับเลิกไม่ลุกขึ้นมาสู้ต่อ ยอมแพ้
ปล่อยวางไป...

บางคนคิดว่า เราดีไม่เหมือนเขา เราด้อยโอกาสกว่าเขา เขาดีกว่าเรา
ละทิ้งความพยายาม...


หวังว่า ข้างบนนั่น คงช่วยให้ท่านคิดได้ว่า เรายังมีโอกาสมากกว่าเขา เรายังมีอะไรที่ดีกว่าเขา
เรายังมีความหวังมากกว่าเขา  เรายังมีอนาคตที่กว้างไกลกว่า


คุณยังมีอะไรดีดีอีกเยอะ...



นอกเรื่อง : หาคำพูดที่มัน Make sense กระชากใจไม่ได้เลยแฮะ