Other-writing

 

 

17 กรกฎาคม 2551

เด็กชายวัย 15 ปี เข้าไปเล่นเกมในร้านอินเทอร์เน็ต หลังจากเล่นได้ไม่นานไปสั่งข้าวผัดหมูกับโค้กมานั่งกินในร้าน ก่อนหยิบหูฟังมาใส่แล้วหลับไป เจ้าของร้านเห็นหมดเวลาแล้วไม่ตื่นเดินมาปลุกถึงกับผงะ เด็กนอนตาเหลือก ตัวเย็น รีบตามตำรวจมาดูพบว่าเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำอาหารที่เด็กกินไปตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่
       
       เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (17 ก.ค.) ร.ต.ท.กรานต์ชัย สายเชื้อ พนักงานสอบสวน (สบ.1) รับแจ้งเหตุมีเด็กเสียชีวิตอยู่ในร้านเกมอินเทอร์เน็ต ชื่อ “รีลีส” ตั้งอยู่เลขที่ 2330 ปากซอยรามคำแหง 54 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอยังที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผกก.ปป.สน.หัวหมาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
       
       ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านเกมอินเทอร์เน็ตดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบศพเด็กชายไทยไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 15 ปี สภาพศพนั่งสวมหูฟังอยู่บนเก้าอี้เครื่องคอมพิวเตอร์หมายเลข 21 ของร้าน สวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลใดๆ พบเพียงเงินสดจำนวน 77 บาท แต่ไม่พบเอกสารยืนยันว่าเป็นใครมาจากไหน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พบข้าวผัดหมู กับน้ำอัดลม 1 ขวด วางอยู่บนโต๊ะที่ผู้ตายนั่งอยู่ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
       
       จากการสอบสวน นายศราวุฒิ คามจรรยา อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148/814 ซอยรามคำแหง 190 ถนนรามคำแหง แขวงและเขตมีนบุรี เป็นผู้ดูแลร้านเกมดังกล่าว ให้การว่า ก่อนหน้านี้ เคยเห็นผู้ตายเคยนั่งเล่นเกมอยู่ร้านเกมย่านแฮปปี้แลนด์มาก่อนครั้งหนึ่ง แต่ก็เพิ่งจะมาเล่นเกมที่ร้านตนเป็นครั้งแรก โดยเมื่อมาถึงที่ร้านเวลาประมาณ 13.40 น.ผู้ตายก็จ่ายเงินค่าชั่วโมง 2 ชั่วโมง เป็นเงิน 20 บาท ก่อนจะเปิดเกมออดิชันเล่น
       
       หลังจากเล่นไปได้สักพัก ผู้ตายก็ออกไปสั่งข้าวผัดหมู กับโค้กจากร้านข้างๆ มานั่งกิน เมื่อผู้ตายกินข้าวไปได้สัก 2-3 คำ ก็หยิบหูฟังมาสวม แล้วก็เอนหลังหลับไป ซึ่งตนก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะคิดว่าหลับ แต่หลังจากเวลาใกล้ครบ 2 ชั่วโมง ผู้ตายก็ยังไม่ยอมตื่น ตนจึงเดินไปปลุก แต่ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น อีกทั้งยังตาเหลือก และเนื้อตัวเย็นมาก ตนจึงรีบวิ่งออกไปเรียกตำรวจที่ป้อมมาตรวจสอบก็พบว่าผู้ตายเสีบชีวิตแล้ว
       
       ด้าน ร.ต.ท.กรานต์ชัย พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า เบื้องต้นจะส่งศพผู้ตายไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รวมทั้งต้องส่งข้าวผัด และเครื่องดื่มที่ผู้ตายกินก่อนจะเสียชีวิต ให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตต่อไป

 

 จาก

http://www.manager.co.th/

 

 

มนุษย์ต้นไม้

posted on 12 Jul 2008 15:39 by nutkun  in Other-writing

 

 

 

เดอะ ซัน - ชายชาวอินโดนีเซียที่ได้รับฉายาว่า มนุษย์ต้นไม้
เข้ารับผ่าตัดหูดขนาดยักษ์น้ำหนักราว 2 กิโลกรัม
ที่ปกคลุมบริเวณมือและเท้าของเขาแล้ว
ทำให้โอกาสที่เขาจะกลับมามีชีวิตเหมือนคนปกติมีสูงขึ้น
เจ้าตัวหวังอนาคตอาจได้พบเนื้อคู่และแต่งงานมีครอบครัว







ตอนนี้ เดเด้ คอสวารา วัย 32 ปีสามารถจับปากกาและมองเห็นรูปร่างนิ้วเท้าของเขาเป็นครั้งแรก
ในรอบกว่า 1 ทศวรรษหลังแพทย์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเอาหูดขนาดยักษ์ออก ทั้งนี้เขา
ยังบอกด้วยว่านับตั้งแต่ผ่าตัดเขาเดินได้โดยไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้ว

เดเด้ เริ่มป่วยเป็นโรคดังกล่าวเมื่ออายุ 15 ปีและในช่วง 1 ทศวรรษ หูดเติบโตขึ้นจนมีขนาดใหญ่
มาก ทำให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพชาวประมงต่อไปได้และต้องไปออกรายการทีวีเพื่อหาราย
ได้เลี้ยงตัวเอง

ทั้งนี้ทางคณะแพทย์ยังเหลือการผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนังที่ไม่เสียหายบริเวณมือ เท้าและใบหน้า
ของเขาอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง ซึ่งทาง เดเด้ หวังว่าเขาจะคืนสู่ชีวิตปกติหลังการผ่าตัดนั้น

"สิ่งแรกที่ผมต้องการคือขอให้ผมดีขึ้นและหางานทำ" เดเด้ กล่าว แต่หลังจากนั้น
"ใครจะรู้ ผมอาจจะได้พบหญิงสาวและแต่งงานก็เป็นได้"

แอนโธนี แกสปารี ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ มาตรวจร่างกาย นายเดเด้
 เพื่อประกอบการทำสารคดีของดิสคัฟเวอรี่และพยายามนำตัวเขาไปรักษาที่สหรัฐฯ บอกว่าการ
เติบโตของหูดมาจากการผสมผสานระหว่างไวรัสพาพิลโลมา ที่ทำให้เกิดหูด บวกกับความผิดปกติของยีน ทำให้ภูมิคุ้มกันของคนไข้อ่อนแอเกินไปที่จะต่อสู้ได้

ประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ปฏิเสธมอบ เดเด้ ไปรักษาในสหรัฐฯ แต่ได้สั่งการให้
กระทรวงสาธารณสุขตั้งทีมงานพิเศษเพื่อรักษาเขาโดยเฉพาะ โดยดอคเตอร์ ราชมัต ดินาตา
หนึ่งในคณะแพทย์ที่ได้รับมอบหมายบอกว่าการผ่าตัดเอาหูดออกน่าจะสมบูรณ์ในอีก 3 เดือน
ข้างหน้า

ข้อมูลจาก
http://www.manager.co.th


------------------------------------


ชีวิตของพวกเรายังมีอะไรดีดีอีกเยอะ อย่างผู้ชายข้างบนนั้น ผมอ่านแล้วผมมีความคิดที่ว่า
ทั้งๆที่เขาเกิดมามีโรคร้ายแปลกๆติดตัวแต่ก็ยังไม่ละทิ้งความหวัง ซึ่งต่างจาก
คนที่เกิดมาครบทั้ง32 แต่กลับสิ้นคิดทิ้งความหวังกับอีแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

บางคนผิดหวังกับความรักครั้งเดียว ถึงกับโลกมืด 8 ด้าน หมดหนทาง ชีวิตตูไม่มีค่าแล้ว
ฆ่าตัวตาย...

บางคนแค่ทำงานผิดพลาดครั้งเดียว ถึงกับเลิกไม่ลุกขึ้นมาสู้ต่อ ยอมแพ้
ปล่อยวางไป...

บางคนคิดว่า เราดีไม่เหมือนเขา เราด้อยโอกาสกว่าเขา เขาดีกว่าเรา
ละทิ้งความพยายาม...


หวังว่า ข้างบนนั่น คงช่วยให้ท่านคิดได้ว่า เรายังมีโอกาสมากกว่าเขา เรายังมีอะไรที่ดีกว่าเขา
เรายังมีความหวังมากกว่าเขา  เรายังมีอนาคตที่กว้างไกลกว่า


คุณยังมีอะไรดีดีอีกเยอะ...



นอกเรื่อง : หาคำพูดที่มัน Make sense กระชากใจไม่ได้เลยแฮะ

สัตว์อะไรอายุยืนที่สุดในโลก” (Methuselahs Secret – The Oldest Creatures on Earth) ผลงานการกำกับของ จาน มิเชล วาน (Jan Michael Haft) นับเป็นอีกหนึ่งในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ ซึ่งได้เปิดเผยข้อเท็จจริงของสัตว์ 10 ชนิดที่มีอายุยืนที่สุดในโลก พร้อมไขปริศนายาอายุวัฒนะขนาดแท้และดั้งเดิม เอาล่ะ เรามาเริ่มนับถอยหลังเพื่อหาสัตว์ที่อายุยืนที่สุดในโลกพร้อมๆ กันเลย


สำหรับสัตว์อายุยืนอันดับ 10 คือ “ลิง” ญาติห่างๆ ของมนุษย์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วลิงจะมีอายุเฉลี่ย 25 ปี



อันดับ 9 ได้แก่ "ช้าง" ซึ่งมีอายุเฉลี่ย 60 ปี โดยจะขึ้นอยู่กับการดูแล อาหารการกิน และความเครียด ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้เปรียบเทียบอายุขัยระหว่างช้างเอเชียและช้างแอฟริกาแล้วพบว่า ช้างแอฟริกาที่ต้องผจญกับสัตว์ป่านานาชนิดและอาหารการกินที่ขัดสนกว่า ทำให้พวกมันเครียดและมีอายุขัยน้อยกว่าช้างเอเชีย อย่างไรก็ดี มีบันทึกว่าประเทศญี่ปุ่นเคยมีช้างที่มีอายุมากที่สุดในโลกคือ 86 ปี



อันดับ 8 คือสัตว์ที่ไม่มีใครอยากให้มันมีชีวิตที่ยืนยาวนักเพราะมันมักได้รับบทตัวร้ายในละคร
เสมอๆ นั่นคือ "อีกา" นั่นเอง ด้วยเหตุผลที่อีกาจะมีคู่เพียงตัวเดียวตลอดอายุขัย ทำให้มันไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป นอกจากนี้การสืบพันธุ์ยังเป็นตัวเร่งนาฬิกาชีวภาพให้หมุนเร็วขึ้นด้วย อีกาจึงมีอายุขัยสูงถึง 90 ปี ซึ่งพบอีกว่า นกหลายๆ ชนิดก็มีอายุที่ยืนยาวไม่ต่างจากอีกามากนัก เช่น นกกระตั้ว



อันดับ 7 คือ "กุ้งก้ามกราม" ด้วยอายุขัย 100 ปี ถือว่าอายุยืนที่สุดในสัตว์จำพวกมีเปลือกแข็งด้วยกัน ด้วยเหตุผลที่มันมีการเคลื่อนไหวและเผาผลาญพลังงานน้อย



อันดับ 6 คือ "หอยมุกน้ำจืด" ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เผาผลาญพลังงานน้อย กินน้อย ใช้ก๊าซออกซิเจนในการหายใจน้อย ทำให้มันสามารถคว้าอันดับ 6 มาครองได้ ด้วยอายุขัยมากกว่า 110 ปี



สำหรับ "มนุษย์" ถือได้ว่ามีอายุยืนในอันดับกลางๆ ไม่มากหรือน้อยเกืนไปคืออยู่ในอันดับ 5 โดยมีอายุขัยสูงสุด 120 ปี ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อที่จารึกไว้ในคัมภีร์ศาสนาคริสต์และฮินดูที่ว่า มนุษย์จะมีอายุขัยได้ไม่เกิน 120 ปี อย่างไรก็ตาม ระยะหลังมานี้ มนุษย์มีแนวโน้มที่จะมีอายุทะลุ 100 ปีมากขึ้นเรื่อยๆ เคล็ดลับการมีอายุยืนของผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหลายล้วนระบุตรงกันถึง การบริโภคอย่างพอดี การออกกำลังกายแต่พอดี ไม่ใช้ร่างกายอย่างหักโหม และมีทัศนคติที่ดี





อันดับ 4 ของสัตว์อายุยืนที่สุดในโลกตกเป็นของปลาโบราณร่วมยุคกับไดโนเสาร์ที่มีไข่ที่เอร็ดอร
่อยที่สุดในโลก นั่นคือ "ปลาสเตอร์เจียน" ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่า มันสามารถมีอายุได้สูงถึง 150 ปีทีเดียว โดยคาดกันว่าน่าจะเป็นผลมาจากยีนอายุยืนที่พิสูจน์แล้วมามีอยู่จริงของมัน


อันดับ 3 ตกเป็นของ "พี่เบิ้ม" สิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั่นคือ "ปลาวาฬในทวีปแอนตาร์กติก" ด้วยอายุขัย 200 ปี



อันดับ 2"เต่า" ถือเป็นสิ่งมีชีวิตอายุยืนอันดับ 2 ที่มีอายุขัยประมาณ 250 ปี โดยเต่าที่มีอายุยืนที่สุดในโลกขณะนี้คือ "เต่า" กาลาปากอสที่มีชื่อว่า "แฮเรียน" ตัวเดียวกันกับที่ "ชาร์ลส ดาร์วิน" นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้อง จับมันมาใช้ชีวิตเมืองเมื่อหลายสิบปีก่อน โดย ชาร์ลส เองก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สิ่งมีชีวิตชนิดนี้มีอายุยืนกว่าเขาเองเสียอีก โดยสาเหตุที่เชื่อว่าเต่ามีอายุยืนยาว สืบเนื่องจากการเคลื่อนไหวที่เนิบช้า และความไม่เดือดเนื้อร้อนใจใดๆ เลยของมันนั่นเอง



และ แชมป์ แตน แต๊น!!! สำหรับสิ่งมีชีวิตอายุยืนที่สุดในโลกอันดับที่ 1 จะเป็นของใครไปไม่ได้เลยนอกจาก สิ่งมีชีวิตที่ใช้ชีวิตดำดิ่งอยู่ก้นมหาสมุทรอันมืดมิดด้วยอุณหภูมิเย็นเฉียบ มันคือ "ฟองน้ำยักษ์" ซึ่งมีอายุสูงอย่างไม่น่าเชื่อถึง 10,000 ปี หรืออาจกล่าวว่า มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีวันตายก็ได้

และเมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้ฟองน้ำยักษ์มีอายุยืนที่สุดในโลก หลายคนอาจเบนหน้าหนีด้วยที่ว่า มันแทบไม่กิน และไม่กระดุกระดิกเลย จนนักวิทยาศาสตร์ถึงกับแซวมันว่า หากมนุษย์ต้องการที่จะมีอายุยืนแต่ต้องอยู่ใต้ก้นมหาสมุทร ไม่กินอาหาร และอยู่นิ่งๆ เหมือนโดนสต๊าฟไว้แล้ว ก็เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากอายุยืนเหมือนมันอย่างแน่นอน





ที่มา
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=785179

และ
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6...7/X6596437.html

 

--------------------------------------------

ฟ......ฟองน้ำยักษ์... (นั่งเงียบไปสักพัก)

ตอนแรกนึกว่าเป็นเต่าอะ ไหงกลายเป็นฟองน้ำไปได้ แต่มันคือความจริง ความรู้ใหม่อีกละ