วันเกิด วันเลี้ยงฉลอง วันแห่งความสุข มีเบื้องหลัง...
posted on 07 Jun 2008 16:01 by nutkun in Self-writingทุกคนมีวันเกิดเป็นของตัวเอง มันคือวันแรกที่เราได้สัมผัสกับโลกที่เราอยู่ และมันคือวันแรกที่เราได้อยู่ใน
อ้อมกอดของใครบางคนที่รักเราสุดหัวใจ คุณแม่ของเรานี่เอง...
เมื่อเรายังเป็นเพียงทารกน้อยน่ารักน่าหยิก พอถึงวันเกิดมันก็เหมือนวันธรรมดาที่ผ่านไป แต่ไม่ธรรมดา
สำหรับผู้ให้กำเนิด วันนั้นจะเป็นวันที่แม่ระลึกถึงครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าลูกสุดที่รัก แม่จะอุ้มเด็กคนนั้นไว้ใน
อ้อมแขนอย่างสุดหัวใจ ตั้งคำอธิฐานให้ลูกมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงครั้งเมื่อเติบใหญ่
เมื่อเราเติบโตเป็นเด็กเป็นเล็กกำลังซนได้ที่ พอถึงวันเกิดจากวันธรรมดาที่ผ่านไปก็กลายเป็นวันที่พิเศษที่สุด
ในรอบปีของเขา เขาจะตั้งตารอวันเกิดแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพื่อที่จะรอลุ้นว่าพ่อแม่จะเอามาอะไรมาให้
เป็นของขวัญ นอกจากนี้ยังตั้งตารอที่จะกินเค้กรสหวานแสนอร่อยที่พ่อแม่นำมาให้กินด้วย และนั่งกินกันรอบโต๊ะไม้แห่งความหลังซึ่งกันและกัน เป็นวันที่ผ่านไปได้ด้วยดี
เมื่อเราเติบโตจนเป็นเด็กวัยรุ่นกำลังอยู่ในวัยที่มีความคิดเป็นของตัวเอง วันนั้นล่ะ....วันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป
จากวันเกิดที่เราจะมานั่งรอลุ้นเค้กแสนอร่อยหรือของขวัญต่างๆนานา กลับกลายเป็นวันที่เราเริ่มออกห่างจากพ่อแม่
กลับกลายเป็นงานเลี้ยงฉลองของตนกับเพื่อนๆ กลับกลายเป็นวันที่เขาลืมไปว่าวันนี้คือวันอะไร กลับกลายเป็นวันที่เขาลืม
ใครบางคนไป พ่อแม่ผู้มีอุปการะคุณต่างนั่งรอลูกสุดที่รักของพวกเขาทั้งสอง ใกล้ๆโต๊ะไม้แห่งความหลังนั้นกันลำพัง
พวกเขาต่างบอกกับตัวเองว่า จะรอจนกว่าลูกจะกลับมา เราจะได้นั่งกินข้าวด้วยกันแบบครอบครัว
ในขณะที่ลูกสุดที่รักของพวกเขากำลังเพลิดเพลินกับงานปาร์ตี้สุดไฮโซ ที่อ้อมรอบไปด้วยเพื่อนฝูงมากมาย
โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเขามีนัดกับใครบางคน เขารู้แต่ว่าวันนี้ต้องเป็นวันที่สนุกสนานกับเพื่อนๆของเขาเท่านั้น
พอเขากลับถึงบ้านก็อ่อนล้าหมดแรงจึงรีบขึ้นไปนอนพักผ่อนทันที แต่ก็ถูกพ่อแม่ทักหาเสียก่อนว่า จะให้ลูก
มานั่งกินข้าวด้วยกัน แต่ลูกกลับปฎิเสธทันควันและรีบเดินขึ้นบันไดหนีหน้าพ่อแม่ไป และไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำ
ว่าอาหารที่อยู่บนโต๊ะไม้ยังอยู่ครบทุกเม็ดไม่ขาดหายเลย
วันเกิดกลับกลายเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกบดบังด้วยงานเลี้ยงฉลองของเพื่อนๆไปเสียแล้ว
เขาลืมไปแล้วว่าวันเกิดมีจุดมุ่งหมายอะไร เขาลืมไปแล้วว่างานวันเกิดตัวเองสมาชิกหายไปสองคน
เขาลืมแม้กระทั่งใครบางคนในวันนี้เจ็บแทบขาดใจจนทำให้เป็น"เรา"อยู่ในตอนนี้
เมื่อผมยังเด็ก อายุประมาณ7ปี พ่อแม่ผมได้จัดงานวันเกิดขึ้นที่บ้าน
งานไม่ใหญ่มากแค่ญาติๆมานั่งกินข้าวด้วยกัน ตอนนั้น....ทัศนคติของผมยังเหมือนเด็กทั่วไป
คือไม่สนใจอะไรนอกเสียจากเค้กกับของขวัญ
วันหนึ่งผมไปโรงเรียนผมได้นำเรื่องวันเกิดมาเล่าให้เพื่อนฟัง มีอาจารย์คนหนึ่งได้ยินเข้า เขาเดินมาถามผม
ว่า "ขอบคุณคุณแม่แล้วหรือยัง" ผมก็ถามกลับไปว่า "ทำไมครับ?" อาจารย์เขาก็เล่าบางอย่างให้ผมฟัง
ทำให้ผมเห็นสัจธรรมบางอย่างเกี่ยวกับวันเกิด ตอนนั้นผมคิดได้แต่อย่างเดียวว่า "วันนี้จะกลับไปกราบเท้าแม่"
บัดนี้วันเกิดของผมก็เหมือนวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา จะเป็นวันที่ผมอยู่ใกล้แม่มากเป็นพิเศษ ไม่ไปไหนไกล
ให้ท่านลำบากใจ เพราะวันนี้...ในวันนั้นผมรู้ว่าแม่ลำบากใจขนาดไหน กว่าจะเป็นผมอยู่ตรงนี้... ผมจะไม่ทำให้แม่
ลำบากใจซ้ำอีกครั้ง
วันนี้ไม่ใช่วันเกิดผมหรอกแต่อยากพูด เพราะเข้าเดือนมิถุนายนทีไร ทำให้ความคิดนี้ขึ้นสมองตามเตือนสติทุกที
ว่าพอถึงวันเกิดแล้ว "อย่าลืมกราบขอบคุณคุณแม่ล่ะ"
Tags: วันเกิด7 Comments











#1 By กิ๊วคุง on 2008-06-07 16:46