ทุกคนมีวันเกิดเป็นของตัวเอง มันคือวันแรกที่เราได้สัมผัสกับโลกที่เราอยู่ และมันคือวันแรกที่เราได้อยู่ใน
อ้อมกอดของใครบางคนที่รักเราสุดหัวใจ คุณแม่ของเรานี่เอง...

เมื่อเรายังเป็นเพียงทารกน้อยน่ารักน่าหยิก พอถึงวันเกิดมันก็เหมือนวันธรรมดาที่ผ่านไป แต่ไม่ธรรมดา
สำหรับผู้ให้กำเนิด วันนั้นจะเป็นวันที่แม่ระลึกถึงครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าลูกสุดที่รัก แม่จะอุ้มเด็กคนนั้นไว้ใน
อ้อมแขนอย่างสุดหัวใจ ตั้งคำอธิฐานให้ลูกมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงครั้งเมื่อเติบใหญ่

เมื่อเราเติบโตเป็นเด็กเป็นเล็กกำลังซนได้ที่ พอถึงวันเกิดจากวันธรรมดาที่ผ่านไปก็กลายเป็นวันที่พิเศษที่สุด
ในรอบปีของเขา เขาจะตั้งตารอวันเกิดแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพื่อที่จะรอลุ้นว่าพ่อแม่จะเอามาอะไรมาให้
เป็นของขวัญ นอกจากนี้ยังตั้งตารอที่จะกินเค้กรสหวานแสนอร่อยที่พ่อแม่นำมาให้กินด้วย และนั่งกินกันรอบโต๊ะไม้แห่งความหลังซึ่งกันและกัน เป็นวันที่ผ่านไปได้ด้วยดี

เมื่อเราเติบโตจนเป็นเด็กวัยรุ่นกำลังอยู่ในวัยที่มีความคิดเป็นของตัวเอง วันนั้นล่ะ....วันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป
จากวันเกิดที่เราจะมานั่งรอลุ้นเค้กแสนอร่อยหรือของขวัญต่างๆนานา กลับกลายเป็นวันที่เราเริ่มออกห่างจากพ่อแม่
กลับกลายเป็นงานเลี้ยงฉลองของตนกับเพื่อนๆ กลับกลายเป็นวันที่เขาลืมไปว่าวันนี้คือวันอะไร กลับกลายเป็นวันที่เขาลืม
ใครบางคนไป พ่อแม่ผู้มีอุปการะคุณต่างนั่งรอลูกสุดที่รักของพวกเขาทั้งสอง ใกล้ๆโต๊ะไม้แห่งความหลังนั้นกันลำพัง
พวกเขาต่างบอกกับตัวเองว่า จะรอจนกว่าลูกจะกลับมา เราจะได้นั่งกินข้าวด้วยกันแบบครอบครัว

ในขณะที่ลูกสุดที่รักของพวกเขากำลังเพลิดเพลินกับงานปาร์ตี้สุดไฮโซ ที่อ้อมรอบไปด้วยเพื่อนฝูงมากมาย
โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเขามีนัดกับใครบางคน เขารู้แต่ว่าวันนี้ต้องเป็นวันที่สนุกสนานกับเพื่อนๆของเขาเท่านั้น
พอเขากลับถึงบ้านก็อ่อนล้าหมดแรงจึงรีบขึ้นไปนอนพักผ่อนทันที แต่ก็ถูกพ่อแม่ทักหาเสียก่อนว่า จะให้ลูก
มานั่งกินข้าวด้วยกัน แต่ลูกกลับปฎิเสธทันควันและรีบเดินขึ้นบันไดหนีหน้าพ่อแม่ไป และไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำ
ว่าอาหารที่อยู่บนโต๊ะไม้ยังอยู่ครบทุกเม็ดไม่ขาดหายเลย

วันเกิดกลับกลายเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกบดบังด้วยงานเลี้ยงฉลองของเพื่อนๆไปเสียแล้ว
เขาลืมไปแล้วว่าวันเกิดมีจุดมุ่งหมายอะไร เขาลืมไปแล้วว่างานวันเกิดตัวเองสมาชิกหายไปสองคน
เขาลืมแม้กระทั่งใครบางคนในวันนี้เจ็บแทบขาดใจจนทำให้เป็น"เรา"อยู่ในตอนนี้


เมื่อผมยังเด็ก อายุประมาณ7ปี พ่อแม่ผมได้จัดงานวันเกิดขึ้นที่บ้าน
งานไม่ใหญ่มากแค่ญาติๆมานั่งกินข้าวด้วยกัน ตอนนั้น....ทัศนคติของผมยังเหมือนเด็กทั่วไป
คือไม่สนใจอะไรนอกเสียจากเค้กกับของขวัญ

วันหนึ่งผมไปโรงเรียนผมได้นำเรื่องวันเกิดมาเล่าให้เพื่อนฟัง มีอาจารย์คนหนึ่งได้ยินเข้า เขาเดินมาถามผม
ว่า "ขอบคุณคุณแม่แล้วหรือยัง" ผมก็ถามกลับไปว่า "ทำไมครับ?" อาจารย์เขาก็เล่าบางอย่างให้ผมฟัง
ทำให้ผมเห็นสัจธรรมบางอย่างเกี่ยวกับวันเกิด ตอนนั้นผมคิดได้แต่อย่างเดียวว่า "วันนี้จะกลับไปกราบเท้าแม่"

บัดนี้วันเกิดของผมก็เหมือนวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา จะเป็นวันที่ผมอยู่ใกล้แม่มากเป็นพิเศษ ไม่ไปไหนไกล
ให้ท่านลำบากใจ เพราะวันนี้...ในวันนั้นผมรู้ว่าแม่ลำบากใจขนาดไหน กว่าจะเป็นผมอยู่ตรงนี้... ผมจะไม่ทำให้แม่
ลำบากใจซ้ำอีกครั้ง

วันนี้ไม่ใช่วันเกิดผมหรอกแต่อยากพูด เพราะเข้าเดือนมิถุนายนทีไร ทำให้ความคิดนี้ขึ้นสมองตามเตือนสติทุกที
ว่าพอถึงวันเกิดแล้ว "อย่าลืมกราบขอบคุณคุณแม่ล่ะ"

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ซึ้งเลยอ่ะ

#1 By กิ๊วคุง on 2008-06-07 16:46

บดบัง ครับ ไม่ใช่ บกบัง และคำว่า ญาติๆ ไม่ใช่คำว่ายาทๆ นะครับ

ไม่ค่อยจะมีงานเลี้ยงวันเกิดของตัวเองเท่าไร แต่วันเกิดแม่ก็จะโทรไปอวยพรแม่ทุกที เพราะพี่เป็นลูกกตัญญู น่ารัก (จริงๆ) อิอิ นายดีแล้วที่เป็นเด็กน้อยๆ แต่คิดถึงผู้มีพระคุณ ขอให้เติบใหญ่ขึ้นไป รักษาคุณงามความดีของจิตใจแบบนี้ตลอดไป บางทีพอตอนเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เพื่อนไม่ดีมันเยอะ อาจทำให้ไขว่เขว หลงผิดไปตามได้

เรื่องกราบเท้าแม่ อายเหมือนกันนะ ถ้าจะทำจริงๆ หลายๆ คนไม่เคยทำ แต่คิดว่าทุกคนต้องรักแม่มากๆ อยู่แล้ว

#2 By หนึ่ง on 2008-06-07 18:29

อยากเม้นให้แต่มองไม่เห็นว่าตัวเองพิมพ์อะไรถูกหรือเปล่า

#3 By eeddy(อี๊ด) on 2008-06-07 22:02

ขออนุญาติ ซ้อนคอมเม้นที่ 4 นะครับ

ขอโทษสำหรับคำผิด คำว่า"ญาติ" ผมคงจำสลับกับ
คำว่า "ทายาท" แน่เลย ทั้งๆที่คำหมายของสองคำนั้นไม่
เหมือนกัน ตอนนี้แก้แล้วครับ

#5 By Nut_kun on 2008-06-07 22:29

ไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับครอบครัวอยู่แล้ว...
เลยมะมีความรุสึกอะไร...
>.<!!

#6 By Aelita~[-X-]~ on 2008-06-07 23:02

อ่านแล้ว แอบอึ้งเล็กๆ....

ทราบซึ้งในบัดดล วันนั้นที่ไปกับเพื่อน ไปดูเพื่อนคนนึงคลอดลูกมา หลังจากที่เรียนจบกัน - -

ลูก นอนสบายใจเฉิบ แต่แม่ คลอดไม่ได้นาน ดูท่าทาง เจ็บสุดๆ - -

#7 By ♪ ๐PoupéE๐ ♪ on 2008-06-14 19:09